เราแข่งขันกีฬา เพื่อความรักความสามัคคีของทั้ง 4 สถาบัน ที่เราจะต้องช่วยกัน ให้นึกถึงวัตถุประสงค์นี้ เพื่อที่เราจะได้มีจตุรมิตรไปเรื่อยๆ เป้าหมายของเราหลักก็คือ ความรักความสามัคคีของ 4 สถาบัน ที่เราต้องการให้ทุกคน เป็นสุภาพบุรุษ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ดร.วรนุช ตรีวิจิตรเกษม ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย กล่าว ในฐานะเจ้าภาพ การแข่งขันฟุตบอลประเพณี จตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 24

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องของความรัก ความสามัคคีของทั้ง 4 สถาบัน เราต้องการให้ทุกคน เป็นสุภาพบุรุษ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เราต้องยึดเป้าหมายนี้เป็นหลัก มีมารยาท เคารพต่อกฏกติกาต่างๆ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา นักกีฬายกมือไหว้ขอโทษ เวลาพลาดไปใครล้มก็ช่วยดึงมือขึ้น เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ดร.วรนุชกล่าวเสริม
สำหรับ ภราดา อานันท์ ปรีชาวุฒิ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ พูดถึงปัญหาในการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นงบประมาณก็ไม่ใช่นะ ถึงแม้ใช้เงินไปเยอะ คิดว่าถ้าเป็นอุปสรรค ก็คงเป็นความร่วมมือในสิ่งที่ผู้ดู ผู้มาเชียร์ก็คาดหวังสูง นักกีฬาก็เล่นกันไป ก็มีฟาล์วบ้างเป็นเรื่องปกตินะ เป็นห่วงอย่างเดียวคือ อยากให้ผู้เชียร์มี spirit เชียร์ให้สุภาพ ปรบมือให้กับผู้เล่นทั้งที่ล้ม แสดงความยินดี หรือมีความสำเร็จในสนาม คือให้มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งเดียว แต่ไม่ต้อง push ให้เขามีความตึงเครียด หรือ กดดัน นั้นคือสิ่งที่เราเป็นห่วง อย่างอื่นก็คงไม่มีปัญหาอะไร
อ.ประกาศิต ยังคง ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ ได้ให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวถึงประเด็นบางจุด ที่อาจสร้างภาพที่ไม่ดี ต่อสาธารณชน ทุกอย่างดีหมดทุกปี แต่บรรยากาศการเชียร์ มันทำให้การสร้างสรรค์ของเราเสียหายไป ผมเคยพูดเมื่อครั้งที่ 22 ว่ากิจกรรมจตุรมิตรของเรามันเป็น best practice ให้กับโรงเรียนทั่วประเทศไทยได้ การสร้างเครือข่ายโดยเอากีฬามาเป็นสื่อ เราสร้างสรรค์ให้เด็กได้คิดเป็น ทำเป็น นำเสนอเป็น และแก้ปัญหาเป็น มันยิ่งใหญ่มาก
และประเพณีอันดีงามนั้น ไม่ควรจะถูกทำลายเพียงแค่ความสะใจส่วนตัว จะทำอะไรก็ควรทำอย่างมีสติ เพราะนี่ มันเป็นเวทีของน้องที่จะแสดง น้องทำดีเราก็นิยมชมชอบ น้องทำผิดพลาดไป เราก็ท้วงติง แต่จะให้ถูกใจศิษย์เก่า สะใจศิษย์เก่า มันเป็นไปไม่ได้ อ.วิชาญ จันทร์สกา รองผู้ อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวถึง เรื่องที่กำลังเป็นที่โจษขาน กันอยู่ในเวลานี้
เด็กปัจจุบันเขาก็สร้างสรรค์ แต่นักเรียนเก่าเนี่ย ต้องดูแลกำกับกันเอง ผ.อ. ประกาศิต ยังคงกล่าว
บางทีเราจะเห็นภาพทหาร ตำรวจ สารวัตรทหาร มาดูแลรักษาความปลอดภัย มันบ่งบอกว่า นี่หรือความสามัคคีของสี่สถาบัน ? เราน่าจะแข่งขัน โดยไม่ต้องมีทหารตำรวจมาเกี่ยวข้องเลย เราดูแลกันได้ เราน่าจะตักเตือนกันได้เอง อ.วิชาญ กล่าวถึงสถานการณ์ ที่อาจดูไม่ดีต่อสายตาคนภายนอก
สำหรับในภาพรวมของงาน ผ.อ. ประกาศิต เปรยถึงความภาคภูมิใจในตัวเด็ก ที่ทุ่มเทเสียสละ เพื่อการงานอันยิ่งใหญ่

แปรอักษร ฝึกเด็กให้รู้จักคิดออกแบบ ทุ่มเทเสียสละอยู่เบื้องหลัง ฉากภาพที่ออกมานั้น ตัวเขาไม่ได้เป็นคนแสดง แต่ตัวเขามีความภาคภูมิใจในผลงาน เชียร์แปรอักษรอยู่ที่โรงเรียนดึกดื่น ค่อนคืน เช็คเพลท เช็คโค้ด ออกแบบระบายสี ยิ่งใหญ่มากเลย ขนเพลท ไปกลับ มันแสดงออกในทางด้านศิลปะ
ผ.อ. ประกาศิต ยังกล่าวต่อว่า ทุกอย่าง ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่า กิจกรรมเรา เป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ผมเรียนว่ายิ่งใหญ่ แล้วท่านผู้ปกครอง ตามเครือข่ายต่างๆ ก็ตาม หรือสมาคมต่างๆก็ตาม เคยมีปัญหากันว่าจะจัดต่อหรือไม่ เพราะผู้ปกครอง คือคนที่เดือนร้อนใจที่สุดว่า ลูกเขาถูกทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล นี่แหละคือจุดด่าง ของจตุรมิตรเรา ขณะนี้เครือข่ายทุกเครือข่าย ตั้งแต่ผู้บริหารโรงเรียน คุณครู ครูเก่าครู อาวุโส สมาคมนักเรียนเก่า สมาคมผู้ปกครองและครู เครือข่ายผู้ปกครอง แล้วก็ตำรวจ ทำงานอย่างเข้มแข็ง"
ถ้าเราจะสังเกตให้ดี ตอนนี้ศิษย์เก่ารุ่นใหญ่ๆ รุ่นที่บรรลุนิติภาวะเรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงานทำการ เขาสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มันจะมีปัญหา ก็ตรงศิษย์เก่าหมาดๆ เนี่ยแหละ ที่ยังอยากเห็นความชนะเลิศ ความดีความเด่นของสถาบันตัวเอง อ.วิชาญ พูดได้อย่างมีแง่คิด

ใครก็ตาม ที่ยังคิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของจตุรมิตร ให้ช่วยกันดูแลตรงนี้ และคนสำคัญก็คือ ศิษย์เก่านักเรียนเก่า เขาเป็นตลอดชีวิตนะ ผู้ปกครองยังเป็นแค่ 6 ปี นักเรียนปัจจุบันก็เป็นแค่ 6 ปี แต่ความเป็นศิษย์เก่าตลอดชีวิต คุณเป็นคนสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น ในฐานะที่ผมเป็นผู้บริหารโรงเรียน ผมอยากจะร้องขอเลยว่า ถ้าหากว่าพวกคุณเห็นแก่ เกียรติภูมิของสถาบันแล้ว ต้องช่วยกันปราม คนส่วนใหญ่ยังดีผมยืนยันนะ แต่ที่มันออกมาให้เห็นนั้น มันคือคนส่วนน้อย เราต้องกำจัดคนเหล่านี้ ผ.อ. ประกาศิต กล่าวปิดท้าย
สำหรับการแบ่งพรรคพวก จนละเลยความสามัคคีนั้น ภราดา อานันท์ ปรีชาวุฒิ มองเห็นว่า ทุกคนต้องลดกำแพงที่อยู่ในจิตใจลง ทุกคนก็รักโรงเรียน เราก็คงมีสถาบันในอนาคต อีกหลายสถาบันเมื่อเราโตขึ้น ผมคิดว่าให้เรารักสถาบันของเรา ขณะเดียวกัน ก็ให้คิดถึงสถาบันคนอื่น ก็มีเพื่อนของเราอยู่สถาบันอื่น รวมแล้วสถาบันทุกสถาบัน ก็คือพี่น้องกัน เพียงแต่วันนี้เราอยู่ตรงนี้ เราก็รู้สึกว่ามากไปหน่อยกับสถาบันที่เราอยู่ อยากขอให้ทุกคน มองโลกให้กว้างขึ้น
คือบรรดาศิษย์เก่าที่มาเชียร์ทุกคน รักสถาบัน แต่อาจรักมากเกินไป รักสถาบัน อยากให้สถาบันนั้นดีเด่น ชนะ เยี่ยม มันทำให้เกิดการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม ซึ่งครูอาจารย์และผู้เกี่ยวข้องทุกคน เกรงว่าจตุรมิตรของเรา มันจะผิดวัตถุประสงค์ไป อ.วิชาญ จันทร์สกา เพิ่มเติม
จตุรมิตร มันเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจเราชาวสี่สถาบัน สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์ อัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นสิ่งที่นักเรียนปัจจุบัน รอคอยอยากเจองานนี้ อยากทำงานนี้ ทุกคนอยากทำงาน ทุกคนอยากมีส่วนร่วม รองผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าว

ความหวังอยากให้จตุรมิตร เป็นเวทีของการแสดง ของศิษย์ปัจจุบันต่อๆไป เพราะในปัจจุบัน เวทีที่จะแสดงมันมีน้อย มันมีในวงจำกัด โดยเฉพาะเราสี่สถาบัน เป็นโรงเรียนชายล้วน โอกาสที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมอย่างนี้มันยาก มันลงทุนสูง ต้องยอมรับเลย ในฐานะที่มาอยู่ตรงนี้ เรารู้เลยว่าลงทุนสูง แต่เมื่อลงทุนสูงแล้วศิษย์ปัจจุบันได้รับประโยชน์ เราก็ยอม และผู้ปกครองก็ให้ความสนับสนุนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากให้มีอะไร มาทำลายจตุรมิตร หรือมาทำให้จตุรมิตรด่างพร่อย มาทำให้เสื่อมคลายไปในทางที่ไม่ดี
พวกเราทั้ง 4 โรงเรียนเป็นผู้ชายหมด ถ้าโรงเรียนผู้ชาย จัดงานแล้วสามัคคีกันจริงๆ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ผมว่านั่นคือความสำเร็จนะ เราไม่มีนักเรียนหญิงในโรงเรียนพวกเรา เพราะฉะนั้น ความอ่อนน้อมอ่อนหวาน อาจจะขาดไปบ้าง แต่พวกเราสามารถอยู่ร่วมกัน แข่งขันกีฬาเป็นลูกผู้ชายล้วนๆ แล้วก็ทุ่มเทจริงจัง แล้วก็มีน้ำใจต่อกัน ผมคิดว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ในการแข่งขันจตุรมิตร ภราดา อานันท์ ปรีชาวุฒิ ให้สัมภาษณ์
อ.วิชาญ จันทร์สกา ยังได้แสดงความเป็นห่วง ต่อการแข่งขันจตุรมิตรในบางแง่มุม เล่นกีฬา อย่าให้กีฬามาเล่นเรา เราต้องทำกิจกรรม ต้องเล่นกิจกรรม อย่าให้กิจกรรมมาเล่นเรา อยากให้ศิษย์เก่า มาดูแลน้องๆ แนะนำน้องๆ ไปในทางที่ดี ชีวิตเรามันไม่ได้อยู่แค่จตุรมิตร จตุรมิตรมันเป็นเพียงทางผ่าน จตุรมิตร ทำให้เราได้มาเจอกัน แล้วก็จะยั่งยืนไปตราบนานเท่านาน อย่าเอาจตุรมิตร มาเป็นเครื่องชี้ขาดอะไรบางสิ่งบางอย่าง มันไม่ถูกต้อง จตุรมิตร เป็นพื้นฐาน ทำให้เรารักกันมากขึ้น
เป้าหมายของเรา หลักก็คือ ความรักความสามัคคีของ 4 สถาบัน ที่เราต้องการให้ทุกคน เป็นสภาพบุรุษ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ดร.วรนุช ตรีวิจิตรเกษม กล่าวสรุป


tags: ผู้อำนวยการ, จตุรมิตรสามัคคี, สวนกุหลาบ, เทพศิรินทร์, อัสสัมชัญ, กรุงเทพคริสเตียน